สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่โปรแกรมบทเรียน เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครับ

คู่มือการใช้

จุดประสงค์การเรียนรู้

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่1

บทเรียนที่1

ใบงานบทเรียนที่1

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่1

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่2

บทเรียนที2

ใบงานบทเรียนที่2

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่2

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่3

บทเรียนที่3

ใบงานบทเรียนที่3

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่3

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่4

บทเรียนที่4

ใบงานบทที่4

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่4

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่5

บทเรียนที่5

ใบงานบทเรียนที่5

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่5

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่6

บทเรียนที่6

ใบงานบทเรียนที่6

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่6

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่7

บทเรียนที่7

ใบงานบทเรียนที่7

แบบทดสอบหลังเรียนบทเรียนที่7

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่8

บทเรียนที่8

ใบงานบทเรียนที่8

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่8

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่9

บทเรียนที่9

ใบงานบทเรียนที่9

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่9

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่10

บทเรียนที่10

ใบงานบทเรียนที่10

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่11

บทเรียนที่11

ใบงานบทเรียนที่11

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่11

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่12

บทเรียนที่12

ใบงานบทเรียนที่12

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่12

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่13

บทเรียนที่13

ใบงานบทเรียนที่13

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่13

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่14

บทเรียนที่14

ใบงานบทเรียนที่14

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่14

อ้างอิง

บทเรียนที่5

บทเรียนที่ 5
ช่องทางการสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสารในการเชื่อมโยงเครือข่าย

 

ช่องทางการสื่อสาร

          เทคโนโลยีการรับ-ส่งข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลแบบใช้สาย
เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลแบบใช้สาย แบ่งออกตามชนิดของสายสื่อสารได้ 3 ชนิดคือ
1.1 สายตีเกลียวคู่ หรือสายคู่บิดเกลียว (twisted pair cable) ประกอบด้วยเส้นลวดทองแดง 2 เส้นบิดกันเป็นเกลียว

เพื่อลดการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสายข้างเคียงกันหรือจากภายนอก โดยทั่วไปใช้ส่งข้อมูลดิจิทัล

ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ที่ 100 เมกะบิตต่อวินาที ในระยะทางไม่เกิน 100 เมตร เนื่องจากมีราคาไม่แพงมาก

จึงมีการใช้งานอย่างกว้างขวาง สายตีเกลียวคู่แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ        
   

 

 

 

 

 

1.1 สายตีเกลียวคู่แบบไม่ป้องกันสัญญาณรบกวนหรือชนิดไม่หุ้มฉนวน

(un-shielded twisted pair : utp) เป็นสายชนิดที่ไม่มีฉนวนหุ้มสาย ทำให้สะดวกในการโค้งงอ และราคาถูก
1.2 สายตีเกลียวคู่แบบป้องกันสัญญาณรบกวนหรือชนิดหุ้มฉนวน (shielded twisted pair : stp)

เป็นสายชนิดที่มีฉนวนหุ้มสาย รองรับความถี่ได้มากกว่าสายแบบไม่มีฉนวนหุ้ม แต่มีราคาแพงกว่า

 

          2.สายคู่บิดเกลียว
1.2 สายโคแอกซ์ (coaxial cable) เป็นสายลักษณะเดียวกับสายที่ต่อมาจากเสาอากาศ

ประกอบด้วยลวดทองแดงที่เป็นแกนหลักหุ้มฉนวนชั้นหนึ่ง สายโคแอกช์ทั่วไปมี 2 ชนิดคือ 50 โอห์ม

ซึ่งจะใช้ส่งข้อมูลสัญญาณดิจิทัล และชนิด 75 โอห์ม ซึ่งส่งสัญญาณข้อมูลอนาล็อก
สายโคแอ็กเซียล (coaxial cable) ป้องกันการรบ กวนของสัญญาณไฟฟ้าจากภายนอกสะท้อนกลับและลดการแผ่

กระจายคลื่นรบกวนของสายสัญญาณเอง 

 ราคาแพงกว่าและติดตั้งง่ายกว่าสายคู่บิดเกลียว  ทนทาน  สามารถเดินสายฝังใต้พื้นดินได้  

 นิยมใช้เป็นสายสัญญาณจากเสาอากาศโทรทัศน์  สายเคเบิลทีวี  สายโทรศัพท์ทางไกล 

 สายส่งข้อมูลในระบบเครือข่ายท้องถิ่น

  หรือใช้ในการเชื่อมโยงสั้นๆ  ระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

 

 

 

 

 

  1.3 สายใยแก้วนำแสง (fiber optic cable) หรือเส้นใยนำแสง

แกนกลางของสายประกอบด้วยเส้นใยแก้วหรือเส้นพลาสติกขนาดเล็ก

ภายในกลวงจำนวนมาก เส้นใยแต่ละเส้นจะมีเส้นใยอีกเส้นห่อหุ้ม

การส่งผ่านข้อมูลจะใช้เลเซอร์วิ่งผ่านช่องกลวงของเส้นใยแต่ละเส้น

และอาศัยการหักเหของแสง โดยใช้เส้นใยชั้นนอกเป็นตัวสะท้อนแสง

สามารถส่งผ่านข้อมูลได้สูงมาก ไม่มีการก่อกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ข้อเสียของสายชนิดนี้คือ

เมื่อสายมีการบิดงอจะมีปัญหาในการส่งผ่านข้อมูล

        

 

 

 

          เส้นใยแก้วนำแสง ( fiber  optic )  รับส่งข้อมูลหลักสำหรับเครือข่าย 

ส่งข้อมูลได้ไกลมีความเร็วสูงในการรับส่งข้อมูลมากว่าสายคู่บิดเกลียวและสายโคแอ็กเซียล

  การดักสัญญาณทำได้ยาก  มีความปลอดภัยในการส่งข้อมูล  ไม่ถูกรบกวนจากคลื่นไฟฟ้า

หรือสัญญาณวิทยุ แต่มีราคาแพงและติดตั้งยาก
2. เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลแบบไร้สาย
เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลแบบไร้สาย อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นสื่อกลางนำสัญญาณ

ซึ่งสามรถแบ่งความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ 4 ชนิด ดังนี้
2.1 อินฟราเรด (infrared) เป็นคลื่นที่ใช้ส่งข้อมูลระยะใกล้มากๆ ในช่วงความถี่ที่แคบมากๆ

ใช้ช่องทางสื่อสารน้อย การสื่อสารข้อมูลเป็นในแนวตรง

ไม่ควรมีสิ่งกีดขวางระหว่างตัวส่งและตัวรับสัญญาณ ระยะทางไม่เกิน 1-2 เมตร

ความเร็วประมาณ 4-16 เมกกะบิตต่อนาท

ี เช่น การส่งสัญญาณจากรีโมทคอนโทรลไปยังโทรทัศน์
         

 

 

 

               

 

 

    2.2 คลื่นวิทยุ (radio frequency) โดยใช้ตัวกระจายสัญญาณส่งไปในอากาศ

และมีตัวรับสัญญาณ จะเป็นคลื่นวิทยุในช่วงความถี่ต่างๆ กัน

มีความเร็วต่ำประมาณ 2 เมกกะบิตต่อนาท

ี เช่น การสื่อสารในระบบวิทยุเอฟเอ็ม เอเอ็ม, การสื่อสารโดยใช้ระบบไร้สาย (Wi-Fi)
2.3 ไมโครเวฟ (microwave) จะมีสถานีส่งสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปตามอากาศ

พร้อมกับข้อมูลที่ต้องการส่ง จะมีสถานีรับ-ส่งข้อมูลเป็นระยะๆ ส่งต่อข้อมูลกันเป็นทอดๆ

ระหว่างสถานีต่อสถานี จนกว่าจะถึงสถานีปลายทาง

เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟจะเดินทางเป็นเส้นตรงไม่สามารถเลี้ยวโค้งได้ สถานีรับ-ส่งข้อมูลมักจะอยู่ในที่สูง

เช่น ดาดฟ้าอาคาร, ยอดเขา, เพื่อหลีกเลี่ยงการชนสิ่งกีดขวาง

 

                  

 

 

 

 

 

 

2.4 ดาวเทียม (satellite) เป็นสถานีรับส่งสัญญาณไมโครเวฟบนท้องฟ้า

ซึ่งพัฒนา ขึ้นมา

เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของสถานีรับ-ส่งไมโครเวฟบนพื้นโลก

ดาวเทียม (satellite) เชื่อมต่อ
เครือข่ายสำหรับการสื่อสารระยะไกลทีระบบสื่อสารอื่นๆ เข้าถึงได้ลำบาก 

 เช่น กลางทะเลกลางทะเลทราย  ในหุบเขา ต่างประเทศ

แต่อาจถูกรบกวนจากสภาพอากาศแปรปรวนเช่นเดียวกับคลื่นไมโครเวฟ

 นิยมใช้ในการเผยแพร่ภาพทางโทรทัศน์  และโทรทัศน์ทางไกลแบบจุดต่อจุด 

 ซึ่งราคาถูกกว่าการเช่าสายใยแก้วนำแสง    

 

 

           
         

   2.5 โพรโทคอล
                   การสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อาจจะมีการใช้งานอุปกรณ์เครือข่ายต่างชนิดกัน

ซึ่งไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้โดยตรง

ดังนั้นจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของข้อมูลที่ส่ง

และกำหนดมาตรฐานเพื่อให้อุปกรณ์ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
                  โพรโทคอล (protocol) คือข้อตกลง

รูปแบบที่คอมพิวเตอร์จะติดต่อเพื่อรับข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน

ซึ่งโพรโทคอลจะมีหลายมาตรฐาน


       

 

 

 

การติดต่อสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่าย จำเป็นจะต้องมีโพรโทคอลที่เป็นข้อ

กำหนดตกลงในการสื่อสาร

  เพื่อให้ระบบที่แตกต่างกันสามารถสื่อสารกันได้

โพรโทคอลที่ใช้ในการสื่อสารมีหลายประเภท เช่น
     
  1) โพรโทคอลเอชทีทีพี (hyper text transfer protocol) เป็นโพรโทคอลหลักที่จะใช้งานเวิลด์ไวด์เว็บ

ใช้แลกเปลี่ยนภาษาเอชทีเอ็มแอล (hyper text markup language : html)

ใช้ร้องขอหรือตอบกลับระหว่างเครื่องลูกข่าย ที่ใช้โปรแกรมค้นดูเว็บกับเครื่องแม่ข่าย

โดยทำงานอยู่บนโพรโทคอลทีซีพี (transfer control protocol : tcp)

 

     

 

 

  

 

 

          2) โพรโทคอลทีซีพี/ไอพี (transfer control protocol / internet protocol : tcp/ip) 
เป็นโพรโทคอลที่ใช้ในการสื่อสารในระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีการระบุผู้รับ ผู้ส่งในเครือข่าย

และแบ่งข้อมูลออกเป็นแพ็กเก็จส่งผ่านไปทางอินเตอร์เน็ต

ซึ่งหากมีการส่งข้อมูลเกิดความผิดพลาด

จะมีการร้องขอให้ส่งข้อมูลใหม่

 

        

 

 

 

 

 

 

 

          3) โพรโทคอลเอสเอ็มทีพี (simple mail transfer protocol : smtp) 

คือโพรโทคอลสำหรับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (electronic mail) หรือ email ไปยังจุดหมายปลายทาง


         

 

 

 

4) บลูธูท (bluetooth) โพรโทคอลที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่ 2.4 GHz ในการรับสั่งข้อมูล

คล้ายกับระบบแลนไร้สาย เพื่อให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์สามารถติดต่อ

สื่อสารกับอุปกรณ์ต่อพ่วงไร้สาย

เช่น เครื่องพิมพ์ เมาส์ คีย์บอร์ด โทรศัพท์เคลื่อนที่ หูฟัง เป็นต้น
        ปัจจุบันมีโพรโทคอลอีกมากมายนอกจากที่กล่าวมาข้างต้น

เช่น การโอนย้ายแฟ้มข้อมูลระหว่างกัน (file transfer protocol : ftp),

การโอนย้ายข่าวสารระหว่างกันใช้โพรโทคอลเอ็นเอ็นทีพี

(network news transfer protocol : nntp) เป็นต้น

 

    

 

 

 

อุปกรณ์สื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

        การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ให้เป็นระบบเครือข่ายได้นั้น จะต้องอาศัย

อุปกรณ์สื่อสารในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (network device) ซึ่งทำหน้าที่รับ-ส่งข้อมูล

โดยมีอุปกรณ์ ดังนี้
        1) เครื่องทวนสัญญาณ (repeater) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับสัญญาณดิจิทัล

แล้วส่งต่อไปยังปลายทาง ใช้ในกรณีเมื่อมีการส่งสัญญาณไปในระยะทางที่ไกลๆ

จะทำให้แรงดันสัญญาณอ่อนลง อุปกรณ์ดังกล่าวจะรับสัญญาณแล้วส่งต่อสัญญาณ

เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณไปถึงปลายทางได้

 


        

 

 

 

         

2) ฮับ (hub) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รวมสัญญาณ ที่มาจากอุปกรณ์รับ-ส่ง

หรือเครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องเข้าด้วยกัน สัญญาณที่ส่งมาจากฮับจะกระจายไปยังทุกเครื่องที่ต่ออยู่กับฮับ

 

        

 

 

 

 

 

 

     

    

3) บริดจ์ (bridge) ใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายหลายเครือข่ายเข้าด้วยกันโดยจะต้องเป็นเครือ

ข่ายที่ใช้โพรโทคอลตัวเดียวกัน สามารถกรองข้อมูลที่จะส่งต่อได้

โดยทำการตรวจสอบว่าข้อมูลที่จะส่งนั้นมีปลายทางอยู่ที่ใด บริดจ์ก็จะส่งข้อมูลไปยังปลายทางอยู่เท่านั้น

ทำให้การจัดการกับความหนาแน่นของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

 

4) อุปกรณ์จัดเส้นทาง (router) สามารถกรองข้อมูลได้เช่นเดียวกับบริดจ์

แต่จะมีความสามารถมากกว่า ตรงที่สามารถเส้นทางในการส่งข้อมูล (data packet)

ไปยังเครื่องปลายทางในระยะทางที่สั้นที่สุด 


 

        

 

 

 

 

         

 

5) สวิทช์ (switch) จะมีความสามารถคล้ายกับฮับและบริดจ์รวมกัน

แต่การรับส่งข้อมูลจะไม่กระจายเหมือนกับฮับ เพราะการรับ-ส่งข้อมูล สวิทช์จะทำการตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลเป็นของคอมพิวเตอร์เครื่องใด

และจะส่งข้อมูลไปเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมาย

ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความคับคั่งของข้อมูล  

 

 

 

 

         

 

 

 

6) เกตเวย์ (gateway) เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่เชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ

เข้าด้วยกัน ไม่ว่าเครือข่ายนั้นจะใช้โพรโทคอลใดก็ตาม เนื่องจากเกตเวย์สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบข้อมูลของโพรโทคอลหนึ่งไปยังโพรโทคอลหนึ่งได้ ทำให้สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายอื่นๆ ได้อย่างไม่จำกัด

แต่ในปัจจุบันได้รวมการทำงานของเกตเวย์ไว้ในอุปกรณ์จัดเส้นทาง

(router) แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

อุปกรณ์การสื่อสารไร้สาย
1.  แอร์การ์ด ( aircard )  บลูทูธ ( blutooth ) 

เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบไม่ต้องใช้สาย

  นิยมใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์สมุดพก  คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

  คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก  และโทรศัพท์เคลื่อนที่บางรุ่น
https://sites.google.com/site/suxkarsxnmtr1/_/rsrc/1450621702647/hnwy-thi-1-reuxng-hlak-kar-beuxng-tn/reuxng-thi-5-chxng-thangkar-suxsar-laea-xupkrn-sux-sar/USB11n.jpg?height=244&width=320

 

 

 

 

 

 

        2.บริดจ์
บริดจ์ ( bridge ) เชื่อมต่อเครือข่ายแลนหรือ  

เครือข่ายแลนกับแวนเข้าด้วยกัน  ทำให้  สามารถขยายเครือข่ายออกไปได้เรื่อยๆ  มีการกลั่นกรองข้อมูลในกลุ่มให้ถูกต้องและไม่รบกวน ซึ่งกันและกัน

 

 

 

 

        3.การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย หรือการ์ดแลน
การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย  หรือการ์ดแลน ( LAN  Card ) 

เชื่อมต่อสายสัญญาณของเครือข่ายติดตั้งไว้ใน

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่ข่ายและเครื่องที่เป็นลูกข่าย  โดยแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปตามสายสัญญาณ

ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้

 

 

 

 

 

 

 

 

4. แอกเซสพอยต์
แอกเซสพอยต์  ( access  point )  รับส่งข้อมูลเคลื่อนความถี่กับการ์ดแลนแบบไร้สาย
( wireless )  ซึ่งติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้แต่ละคน