สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่โปรแกรมบทเรียน เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครับ

คู่มือการใช้

จุดประสงค์การเรียนรู้

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่1

บทเรียนที่1

ใบงานบทเรียนที่1

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่1

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่2

บทเรียนที2

ใบงานบทเรียนที่2

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่2

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่3

บทเรียนที่3

ใบงานบทเรียนที่3

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่3

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่4

บทเรียนที่4

ใบงานบทที่4

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่4

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่5

บทเรียนที่5

ใบงานบทเรียนที่5

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่5

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่6

บทเรียนที่6

ใบงานบทเรียนที่6

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่6

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่7

บทเรียนที่7

ใบงานบทเรียนที่7

แบบทดสอบหลังเรียนบทเรียนที่7

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่8

บทเรียนที่8

ใบงานบทเรียนที่8

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่8

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่9

บทเรียนที่9

ใบงานบทเรียนที่9

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่9

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่10

บทเรียนที่10

ใบงานบทเรียนที่10

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่11

บทเรียนที่11

ใบงานบทเรียนที่11

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่11

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่12

บทเรียนที่12

ใบงานบทเรียนที่12

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่12

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่13

บทเรียนที่13

ใบงานบทเรียนที่13

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่13

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่14

บทเรียนที่14

ใบงานบทเรียนที่14

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่14

อ้างอิง

บทเรียนที่9

ใบความรู้ที่ 9
เรื่อง  การใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้น
  

 

การใช้งานอินเตอร์เน็ต (Internet) เบื้องต้น

ความรู้พื้นฐานของการใช้งาน อินเตอร์เน็ต (Internet)นั้น ประกอบด้วยการใช้งานด้านการค้นหาข้อมูล

และสื่อสารข้อมูลเป็นหลักในที่นี้จะกล่าวถึงการใช้งาน Browser ในการค้นหาข้อมูลและสื่อสารข้อมูล

โดยการค้นหาข้อมูล จะกล่าวถึงการใช้งาน Search Engine และการสื่อสารข้อมูลจะ

เป็นลักษณะของการสื่อสารข้อมูลด้วย E-Mail

           Browser คือ โปรแกรมระบบงานที่ใช้เพื่อค้นหาทรัพยากรต่าง ๆ ใน Internet โดยBrowser

นั้น จะให้ผู้ใช้เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยไม่สนใจรายละเอียดทางเทคนิคของการเชื่อมต่อระหว่างจุด

หรือวิธีการเฉพาะที่จะเข้าไปใช้จุดเหล่านั้น และนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อความ (Text , ภาพ (Graphics)

, เสียง (Sound) หรือภาพเคลื่อนไหว (Animation) ในเอกสารบนจอภาพ

การใช้งาน Internet Explorer
Internet Explorer (IE) เป็น Browser ซึ่งผลิตโดยบริษัท Microsoft

ซึ่งมีมาให้พร้อมกับMicrosoft Windows ตั้งแต่ Windows 98 ขึ้นไป โดยที่หากเป็น

Windows98 ก็จะเป็น IE4.0 , Windows98 SE ก็จะเป็น IE5.0 , Windows Me

ก็จะเป็น IE5.5 , สุดท้ายถ้าเป็น Windows XPก็จะเป็น IE6.0 ดังนั้น หากคิดจะใช้อินเตอร์เน็ตด้วย

IEแล้ว จำเป็นต้องทราบเทคนิคพื้นฐานเบื้องต้นในการใช้ IE ด้วย

เมนู ปุ่ม และคำสั่งในเบื้องต้น
ปุ่ม Back ใช้สำหรับย้อนกลับไปหน้าที่ผ่านมาแล้ว
ปุ่ม Forward ใช้สำหรับเปลี่ยนไปหน้าต่อไป (หลังจากที่ย้อนกลับมา)
ปุ่ม Stop ใช้สำหรับหยุดการโหลดข้อมูลในหน้าเว็บเพจนั้น                                       

ปุ่ม Refresh ใช้สำหรับการเรียกโหลดข้อมูลหน้าเว็บเพจใหม่อีกครั้ง                                               

ปุ่ม Home ใช้สำหรับกลับไปหน้าแรกหรือกลับไปที่ URL ที่ตั้งไว้ให้เป็นหน้าแรก                                          

ปุ่ม Search ใช้สำหรับค้นหาเว็บไซต์
ปุ่ม Favorites ใช้สำหรับเลือกเว็บไซต์จาก Favorites หรือ Book Mark
ปุ่ม History ใช้สำหรับการย้อนกลับไปดูเว็บไซต์ที่เคยเข้าไปดูมาแล้ว
ปุ่ม Mail ใช้สำหรับการ รับ-ส่ง อีเมล์
ปุ่ม Print ใช้สำหรับการพิมพ์หน้าเว็บออกเครื่องพิมพ์
ปุ่ม Edit ใช้สำหรับการแก้ไขหน้าเว็บเพจนั้น ๆ

เทคนิคการใช้งาน Internet Explorer

           การกดปุ่ม เมาส์ขวาเพื่อเรียกเมนูใช้งานอย่างรวดเร็ว เช่นการเก็บรูปภาพ
การเปิดหน้าต่างใหม่หรืออื่นๆ
การกดปุ่ม ALT + ปุ่มลูกศร ซ้าย หรือ ขวา จะเป็นการเรียกใช้เมนู Back หรือ Forward ได้เช่นกัน
การกดปุ่ม Ctrl + N เป็นการเปิดหน้าต่างใหม่เพิ่มขึ้นมา
การค้นหาข้อความในหน้า Web Page สามารถใช้เมนู Edit และ Find (on This Page) หรือกด Ctrl + F

ได้ หากพบภาพที่ถูกใจ สามารถตั้งให้เป็น Wall Paper ได้ทันทีโดยกดปุ่มเมาส์ขวา เลือกที่ Set as wallpaper

การสืบค้นข้อมูลโดยการใช้ Search Engine
Search Engine คือ โปรแกรมซึ่งทาหน้าที่เป็นตัวค้นหาข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่ง

Search Engine ที่นิยมใช้นั้นมีด้วยกันหลายตัวด้วยกัน เช่น Google (www.google.co.th),

Dogpile (www.dogpile.com) ALLTHEWEB (ww.alltheweb.com) Yahoo (www.yohoo.com)

เป็นต้น แต่ในที่นี้จะอธิบายวิธีการใช้งาน Google ซึ่งเป็น Search Engine ที่มีความนิยมที่สุดในขณะนี้

การใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตสืบค้นข้อมูล

           บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลอยู่อย่างมากมายมีหลายประเภท ในการสืบค้นข้อมูลด้วยวิธีทั่วๆ

ไปจะทำได้ช้าระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจึงมีโปรแกรมช่วยค้นหาข้อมูล ซึ่งจะอยู่ในเว็บไซต์ค้นหาข้อมูล

(Search Site) ในเว็บไซต์เหล่านี้จะจัดเก็บข้อมูลไว้เป็นหมวดหมู่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. โปรแกรมค้นหา (Search Engine) เป็นการค้นหาข้อมูลอัตโนมัติเหมาะกับการค้นหาข้อมูล

แบบเฉพาะเจาะจง เช่น Yahoo, Lycos, Google ฯลฯ
2. สาระบบค้นหา (Search Directory) เป็นเว็บไซต์ที่ค้นหาข้อมูลที่จัดเป็นหมวดหมู่แบบกว้างๆ

เช่น Yahoo, Sanook ฯลฯ

การบันทึกข้อมูลจากเว็บเพจ
ในการสืบค้นข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ตมีความจำเป็นที่จะต้องจัดเก็บข้อมูลโดยการบันทึก

ลงฮาร์ดดิสก์หรือแผ่นดิสเก็ต มีวิธีการทำดังต่อไปนี้
1. เข้าโปรแกรม Internet Explorer และเข้าเว็บไซต์ที่ต้องการ
2. คลิกเมนู File จะมีกรอบคำสั่งแสดงออกมา
3. เลือกคำสั่ง Save as จะมีกรอบโต้ตอบแสดงออกมา
4. เลือก Drive ที่ต้องการจะจัดเก็บข้อมูลจากเว็บเพจ ที่ช่อง Save in
5. พิมพ์ชื่อแฟ้มข้อมูลในช่อง File name
6. กดปุ่ม Save

การสั่งพิมพ์ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต
เมื่อค้นพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากเว็บไซต์ เราสามารถสั่งพิมพ์ข้อมูลที่ต้อง

การได้ทันทีโดยคลิกที่สัญรูป (Icon) ของเครื่องพิมพ์ มีขั้นตอนดังนี้
1. ที่เมนู File และเลือกคาสั่ง Print
2. จะแสดงหน้าต่างของการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ที่ติดตั้งไว้
3. เลือกหน้าที่จะพิมพ์
4. คลิกปุ่ม OK
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

          เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเหมือนใยแมงมุมที่แผ่ออกไปกว้างไกลและมีจุด

เชื่อมต่อกันได้มากมาย โดยผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ก่อนแล้วซึ่งเรียกว่า

 ซึ่งผู้ให้บริการแต่ละรายจะเก็บค่าบริการไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการเชื่อมต่อว่าใช้เทคโนโลยีใด เช่น 
เอดีเอสแอล (ADSL) ไอเอสดีเอ็น (ISDN) แอร์การ์ด (air card) ทรีจิ (3G)

 หรือโมเด็มธรรมดาและมีความเร็วสูงมากน้อยเพียงไรเชื่อมต่อตลอดเวลาหรือเป็นครั้งคราว

 จำกัดเวลาใช้งานหรือไม่ เป็นผู้เรียกดูเรียกใช้บริการอย่างเดียว

หรือเป็นผู้ให้บริการแก่คนอื่นหรือให้บริการฟรี เช่น

 สถาบันการศึกษาให้นักศึกษาในสังกัดใช้งานอินเทอร์เน็ตฟรี เป็นต้น

เทคโนโลยีที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีดังนี้

            โมเด็ม (modem)  คือ  อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตซึ่งมีสายสัญญาณ

นำส่งข้อมูลได้แต่ไม่รวดเร็วเท่ากับเทคโนโลยีอื่น ๆ
เอดีเอสแอล(ADSL)  คือ  เทคโนโลยีของโมเด็มซคึ่งมีสายสัญญาณนำ

ส่งข้อมูลความเร็วสูงกว่าโมเด็มธรรมดา  และสามารถพูดโทรศัพท์ขณะใช้อินเทอร์เน็ตได้
ไอเอสดีเอ็น(ISDN) คือ บริการสื่อสารโทรคมนาคมระบบดิจิทัลที่สามารถรับส่งข้อมูลทั้งในระบบภาพ

 เสียง และข้อมูลได้เร็วกว่าโมเด็มธรรมดา
แอร์การ์ด(aircard)  คือ  อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายเข้ากับคอมพิวเตอร์สมุดพกหรือ

โน๊ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
ทรีจี(3G)  คือ  เทคโนโลยีการสื่อสารที่ผสมผสานการนำเสนอข้อมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุเทป

  กล้องถ่ายรูปและอินเทอร์เน็ตไว้ด้วยกัน  ตลอดจนให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงสำหรับคอมพิวเตอร์สมุดพกหรือโน๊ตบุ๊ก

            การเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตของเทคโนโลยีเอดีแอสแอล  ไอเอสดีเอ็น  และโมเด็ม  มีขั้นตอนที่เหมือนกัน  ดังนี้
1. ผู้ใช้ขอเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต จากผู้ให้บริการโดยการพิมพ์ชื่อเข้าใช้ 
(login) และรหัสผ่าน (password)
2. โมเด็มจะทำหน้าที่หมุนหมายเลขโทรศัพท์ไปยังผู้ให้บริการพร้อมกับลงชื่อเข้าใช้และรหัสผ่านไปด้วย
3. ข้อมูลชื่อเข้าใช้  และรหัสผ่านเดินทางผ่านทางสายโทรศัพท์
4. ผู้ให้บริการได้รับการร้องขอเข้าใช้บริการอินเทอร์เน็ต จะทำการตรวจสอบชื่อเข้าใช้ 

 และรหัสผ่าน  ถ้าถูกต้องจะส่งข้อมูลกลับไปว่า  เข้าใช้สำเร็จ
5. ผู้ใช้จะสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ทันที
          
สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตด้วยแอร์การ์ดทำได้โดยเสียบแอร์การ์ดเข้า

กับคอมพิวเตอร์สมุดพกหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เปิดเครื่องไว้แล้ว จากนั้นคลิกปุ่มคำสั่ง
Connect  ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้  ส่วนการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์

เคลื่อนที่ในระบบทรีจี  ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง 

 เมื่อเปิดโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที

 สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งคราว

 ต้องเข้าไปที่รายการการเชื่อมต่อแล้วเลือกจีพีอาร์เอส (GPRS) ติดต่อกับเครื่องแม่ข่าย

เพื่อขอใช้งานจึงจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

การใช้งานอินเทอร์เน็ต
การใช้งานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีหลายรูปแบบ  ซึ่งผู้ใช้ควรศึกษาวิธีการใช้ให้เข้าใจ

และฝึกใช้เป็นประจำจึงจะใช้ได้ถูกต้องและเกิดประโยชน์มากที่สุด  ดังตัวอย่าง
         

  อีเมล์
                อีเมล์(e-mail) หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  เป็นการส่งข้อความอย่างเดียวหรือแนบไฟล์

  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  และเสียงไปกับข้อความ  เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดต่อสื่อสาร

กันระหว่างผู้ส่งและผู้รับผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการส่งจดหมายหรือพัสดุทางไปรษณีย

์  แต่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากกว่า
โดยมีซอฟต์แวร์เป็นบุรุษไปรษณีย์  ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเส้นทางการส่งจดหมายและ

การจ่าหน้าซองจดหมายหรือพัสดุเป็นการอ้างอิงที่อยู่ของไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ 

 แทนการเขียนลงบนซองจดหมายหรือกล่องพัสดุ การส่งอีเมล์ถึงผู้รับมีขั้นตอน  ดังนี้
1. ลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการอีเมล์ของเว็บไซต์ที่ให้บริการก่อน

 ในกรณีที่ยังไม่สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี
2. เข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการ (login) โดยพิมพ์ชื่อเข้าใช้ (username)

 และรหัสผ่าน(password)
3. คลิกปุ่มคำสั่ง NEW  หรือ สร้าง
4. พิมพ์ที่อยู่ของผู้รับ
5. พิมพ์หัวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อความที่จะส่งไปให้ผู้รับ
6. พิมพ์ข้อความที่ต้องการส่ง
7. คลิกปุ่มคำสั่ง Send  หรือ  ส่ง


บล็อก
                บล็อก (blog)  ย่อมาจากคำว่า เว็บล็อก (weblog)  

ซึ่งเป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาใน

การเขียนและจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้บนสุด
                บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วยข้อความ  ภาพ

  การเชื่อมโยงภายในบล็อกและเว็บไซต์อื่น  และบางครั้งอาจมีสื่อต่าง ๆ

เช่น  เพลง  วิดีโอ  ร่วมด้วย  บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูลสามารถแสดง

ความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเขียนขึ้นและเจ้าของบล็อกสามารถโต้

ตอบกลับได้ทันที
บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลาย  โดยเจ้าของบล็อกสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร

ประกาศข่าย  แสดงความคิดเห็น  และเผยแพร่ผลงานได้  นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนขึ้นเฉพาะเรื่องส่วนตัวจะเรียกว่า 

 ไดอารีออนไลน์  และบริษัทเอกชนหลายแห่งได้จัดทำบล็อกขึ้นเพื่อเสนอแนวความคิดใหม่ให้กับลูกค้าในรูปแบบข่าวสั้น

และเมื่อได้รับการตอบรับจากลูกค้า  จึงนำการตอบรับนี้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการต่อไป
           การใช้งานบล็อกในฐานะผู้อ่านและต้องการ่วมแสดงความคิดเห็น  ทำได้ดังนี้
1. เข้าไปในบล็อกที่ต้องการอ่านหรือร่วมแสดงความคิดเห็นโดยเลือกผ่าน
การสืบค้นด้วยโปรแกรมเรียกค้นข้อมูล
2. พิมพ์ข้อความแสดงความคิดเห็น
3. คลิกปุ่มคำสั่ง ส่งความคิดเห็น
เว็บไซต์ที่ให้บริการสมาชิกได้สร้างเว็บในลักษณะของเว็บบล็อกได้ฟรีที่นิยมในปัจจุบัน

ได้แก่   hi5, Facebook,  Blogger,  Ning,  Gotoknow  เป็นต้น

การโอนย้ายแฟ้มข้อมูล

            การโอนย้ายแฟ้มข้อมูลหรือเอฟทีพี (FTP : File Transfer Protocol) 

 เป็นบริการของสถานีบริการโอนย้ายข้อมูล  ซึ่งอาจเป็นขององค์กรใดองค์กรหนึ่งที่มีการนำ

ข้อมูลมาเก็บไว้ ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นเอกสาร หรือแฟ้มข้อมูลอื่นใดก็ได้ 

 สถานีบริการนี้จะดูแลแฟ้มและให้บริการแก่ผู้เรียกใช้

  ทั่งในระยะใกล้และสถานีห่างไกลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  

โดยผู้เรียกใช้สามารถติดต่อเข้าไปเพื่อขอคัดลอกแฟ้มข้อมูลที่ต้องการมาใช้งานได้
            นอกจากนี้  การโอนย้ายข้อมูล  ยังสามารถนำข้อมูลของผู้ใช้ที่มีอยู่ 

 โอนย้ายไปให้ผู้อื่น หรือนำไปไว้ในเครื่องบริการที่เชื่อมต่ออยู่บนอินเทอร์เน็ตที่อื่น ซึ่งผู้ใช้มีสิทธิ์ใน
การใช้ซอฟต์แวร์โอนย้ายข้อมูลที่นิยมใช้กันมีอยู่หลายชนิด  เช่น  WS_FTP, Cute FTP, FileZilla 

เป็นต้น ซึ่งในทีนี้จะขอนำเสนอวิธีการใช้งานซอฟต์แวร์ WS_FTP

 เพราะมีวิธีการติดตั้งไม่ยุ่งยากและใช้งานง่ายการโอนย้ายข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ WS_FTP

 ที่ติดตั้งแล้วทำได้โดยเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้วปฏิบัติดังนี้
1.  ดับเบิลคลิกที่ปุ่มคำสั่งของซอฟต์แวร์ WS_FTP เพื่อเปิดใช้งาน
2.  เลือกข้อมูลที่ต้องการโอนย้าย
3.  คลิกปุ่มคำสั่ง Ü
4.  แสดงการโอนย้ายสำเร็จ

การสืบค้นข้อมูลโดยใช้โปรแกรมเรียกค้นข้อมูล (search engine)

            บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลมากมายให้สืบค้น ทั้งข่าวสาร บทความ รูปภาพเพลง 

มิวสิกวิดีโอ แผนที่ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สืบค้น  โดยการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการแบบประหยัดเวลานั้น

 ต้องทราบแหล่งที่มีข้อมูล  วิธีการสืบค้นและมีโปรแกรมเรียกค้นข้อมูล    

เซิร์ซเอนจิน (search engine)เป็นโปรแกรมเรียกค้นข้อมูลหรือโปรแกรมช่วยสืบค้นข้อมูล

ที่เก็บไว้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โปรแกรมเรียกค้นข้อมูล 

 สามารถพบได้ทั้งเว็บไซต์ต่างประเทศและในประเทศ เช่น  www.google.com,
www.google.co.thwww.yahoo.comwww.lycos.comwww.sanook.com,  
www.siamguru.com เป็นต้น  ซึ่งเว็บไซต์ที่คนไทยคุ้ยเคยกันดีคือwww.google.co.thนั่นเอง 

การสืบค้นข้อมูลภาษาไทยโดยใช้โปรแกรมเรียกค้นข้อมูลของwww.google.co.th มีขั้นตอน  ดังนี้
1.  เปิดเว็บเพจกูเกิล  โดยพิมพ์ www.google.co.th ลงในช่องว่าง  แล้วกดปุ่ม Enter
2.  พิมพ์คำค้นหาหรือคำสำคัญ(keyword)  ที่ต้องการสืบค้นข้อมูลลงในช่องว่าง
3.  คลิกปุ่มคำสั่งค้นหาด้วย Google
4.  คลิกเลือกเว็บไซต์ที่ต้องการสืบค้นข้อมูลแล้วจะปรากฏรายละเอียดข้อมูลที่อยู่ในเว็บไซต์นั้น ๆ

หมายเหตุ  www.google.co.th  เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจ  Search engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  

ซึ่งมีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ อีเมล์  เครือข่ายออนไลน์  แผนที่ออนไลน์ก่อตั้งโดย 

 แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน  คำว่า google  มาจากจำนวนทางคณิตศาสตร์หมายถึง 

เลข 1 ตามด้วย 0  อีกร้อยตัวหรือ  10100  เพื่อแสดงว่าบริษัทต้องจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล

การสนเทนาบนเครือข่าย

           การติดต่อสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต  นอกเหนือจากการใช้อีเมล์แล้ว

ยังสามารถสนทนาพูดคุยกันได้  โดยใช้ซอฟต์แวร์ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันไป  เช่น 

 พิมพ์ข้อความผ่านคีย์บอร์ด  การพูดคุยผ่านไมโครโฟน  และการพูดคุยผ่านเว็บแคม

ซึ่งสามารถมองเห็นหน้าตาผู้สนทนา  รวมถึงสามารถส่งไฟล์ข้อมูล 

 ข้อความภาพและเสียงไปให้คู่สนทนาขณะพูดคุยกันได้  เป็นต้น ซอฟต์แวร์สนทนา

บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ได้รับ
ความนิยม  เช่น เอ็มเอสเอ็น เมสเซนเจอร์ (MSN Messenger) 

 ไอซีคิว (ICQ)  เป็นต้น
           ตัวอย่างการสนทนาบนเครือข่าย ด้วยซอฟต์แวร์  เอ็มเอสเอ็น 

 เมสเซนเจอร์(MSN Messenger)  มีขั้นตอนดังนี้
1.  คลิกปุ่มคำสั่ง  start  >  All Programs  >  Windows Live  >  Windows Live Messenger 

 หรือ  ดับเบิลคลิกไอคอน  ..... บนหน้าต่างทำงาน
2. ลงชื่อเข้าใช้และรหัสผ่าน
3. คลิกปุ่มคำสั่ง  ลงชื่อเข้าใช้
4. คลิกลงบนรายชื่อเพื่อนที่ต้องการสนทนาด้วย  แล้วเลือกส่งข้อความด่วน
5.พิมพ์ข้อความสนทนาลงไปยังช่องว่างด้านล่าง  แล้วกดปุ่ม  Enter

 บนคีย์บอร์ดจะปรากฏข้อความสนทนาที่หน้าต่างด้านบน ถ้าคู่สนทนาส่งข้อความตอบกลับมา

ปุ่มคำสั่งซอฟต์แวร์จะกระพริบและมีเสียงเตือนให้อ่านข้อความ

การสืบค้นและการใช้โปรแกรมค้นหาข้อมูล

           แต่เดิม อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงวิชาการในรูปแบบของนิวส์กรุ๊ป

(news group) ซึ่งสมาชิกของกลุ่มสามารถเข้าไปอ่านและเขียนข้อความได้

ต่อมามีข่าวสารประเภทนี้เพิ่มมากขึ้น จึงมีการจัดประเภทและมีเครื่องมือช่วยค้นหาที่มีชื่อว่า
โกเฟอร์ (gophor) ต่อมาได้มีนวัตกรรมเกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ต

นั่นคือระบบเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web:WWW) เทคโนโลยีใหม่ที่นำมาใช้ในระบบ www ประกอบด้วย
1. ภาษา HTML (Hypertext Markup Language)ที่กำหนดรูปแบบ
การแสดงผล บนจอภาพ
2.  ซอฟต์แวร์เว็บเซอร์เวอร์ (Web Sever Software) ที่จัดการเกี่ยวกับการรับ

และส่งแฟ้มข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
3.  โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ ที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ทำหน้าที่จัด

รูปแบบข้อมูลตามที่ระบุในคำสั่งภาษา HTML และนำไปแสดงบนผลจอ เว็บบราวเซอร์

เช่น Safari 5, Internet Explorer 9 Beta, Mozilla Firefox 4 Beta, Google Chrome, Opera 10.6+
4.  ระบบไฮเปอร์ลิงค์ (Hyperlink) ที่สามารถทำการเชื่อมโยงเอกสารต่างๆ ทั้งที่เป็นข้อ

ความและภาพ) ที่เก็บไว้ต่างที่กัน
5. ภาพกราฟริก เป็นข้อมูลรูปแบบใหม่ที่สามารถรับส่งผ่านเครือข่ายและ

โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ สามารถนำไปแสดงบนจอภาพได้
6. ภาพกราฟิกสามารถทำให้เป็นภาพเคลื่อนไหวได้

           นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้เกิดแหล่งข้อมูลที่เรียกว่า

เว็บไซต์ (Web site)เกิดขึ้นมากมายทั่วโลกและโลกทั้งโลกกลายเป็นโลกไร้พรมแดน

สำหรับข้อมูลข่าวสารที่อยู่ภายในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์แต่ละแห่งมีที่ชื่อ-ที่อยู่เรียกว่า

URL(Universal Resource Locator)ซึ่งจะบ่งชี้ถึงแหล่งที่อยู่ของเว็บไซต์นั้นบนอินเตอร์เน็ต

เช่น http://www.google.com ผู้ใช้จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่ต้องการได้โดยการพิมพ์ URL

ลงไปในช่อง address ของโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์
เว็บไซต์(web site) แต่ละแห่งจะมีเอกสารที่เรียกว่า เว็บเพจ (web page)

เก็บข้อมูลเป็นจำนวนมากเอกสารเหลานี้อาจจะมีองค์ประกอบเป็น ข้อความ

รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีทัศน์และอาจมีการเชื่อมโยงด้วยระบบไฮเปอร์ลิงค์ไปยังเอกสารอื่น ๆ อีก

วิธีการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

           การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ด้วยการใช้ Search Engine

เป็นการบริการค้นหาข้อมูลที่ต้องการโดยมีโปรแกรมพิเศษที่เรียกว่า

โปรแกรมเรียกค้นข้อมูล Search Engine จะมีหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆ เอาไว้

โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน

คำหรือข้อความของหัวข้อนั้นๆ ลงไปในช่องที่กำหนด คลิกปุ่มค้นหา เท่านั้น

ข้อมูลอย่างย่อ ๆ และรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องจะปรากฏให้เราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ทันที
Search Engine แต่ละแห่งมีวิธีการและการจัดเก็บฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภทของ

Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นำมาใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ดังนั้นการที่จะเข้าไปหาข้อโดยวิธีการ

Search นั้น อย่างน้อยเราจะต้องทราบว่า เว็บไซต์ที่จะเข้าไปใช้บริการ ใช้วิธีการหรือ

ประเภทของ Search Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภท
มีความละเอียดในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป
1. การสืบค้นแบบใช้คีย์เวิร์ด ใช้ในกรณีที่ต้องการค้นข้อมูลโดยใช้คำที่มีความหมายตรงกับความต้องการ

โดยมากจะนิยมใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกับเนื้อเรื่องที่จะสืบค้นข้อมูล มีวิธีการค้นหาได้ดังนี้
1.1 เปิดเว็บเพจ ที่ให้บริการในการสืบค้นข้อมูล ตัวอย่าง เช่น
- http://www.google.co.th เป็นเว็บที่ใช้สืบค้นข้อมูลของต่างประเทศ ข้อดีคือ ค้นหาง่าย เร็ว
- http://www.yahoo.com เป็นเว็บที่ใช้สืบค้นที่ดีตัวหนึ่งซึ่งค้นหาข้อมูลง่าย และข้อเด่นคือภายในเว็บของ

http://www.yahoo.com เองจะมีฟรีเว็บไซต์ ที่รู้จักกันในนาม http://www.geocities.com

ซึ่งมีจำนวนเว็บมากมาย ให้ค้นหาข้อมูลเองโดยเฉพาะ
- http://www.sanook.com เป็นเว็บของคนไทย
- http://www.siamguru.com เป็นเว็บของคนไทยโดยพิมพ์ช่องเว็บที่ช่อง

Address ดังตัวอย่างซึ่งใช้ http://www.google.co.th
1.2 ที่ช่อง ค้นหา พิมพ์ข้อความต้องการจะค้นหา ในตัวอย่างจะพิมพ์คำว่า แหล่งท่องเที่ยวเมืองโคราช
1.3 คลิกปุ่ม ค้นหาด้วย Google
1.4 จากนั้นจะปรากฏรายชื่อของเว็บที่มี
1.5 คลิกเว็บที่จะเรียกดูข้อมูล
2. หลักการใช้คำในการค้นหาข้อมูล
การสืบค้นแบบใช้คีย์เวิร์ด เช่น ถ้าต้องการจะสืบค้นเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเครื่องคอมพิวเตอร์

การค้นหาจึงต้องการเนื้อหาที่เจาะลึก การสร้างคำคีย์เวิร์ด ต้องใช้คำที่เจาะลึกลง

ไปเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เฉพาะคำมากยิ่งขึ้น
2.1 การใช้คำที่คิดว่าจะมีในเว็บที่ต้องการจะค้นหา เช่น ต้องการจะหาข้อมูลเกี่ยวกับ

บุคคล ที่ชื่อว่า นาย อุบล ถ้าเราพิมพ์ข้อมูลที่ช่อง Search ว่า อุบล แล้วทำการค้นข้อมูล

Search Engine จะทำการค้นหาคำ โดยจะค้นหารวมทั้งคำว่า จังหวัดอุบล

อุบลราชธานี คนอุบล วิทยาลัยเกษตรอุบล เทคโนโลยีอุบล

ซึ่งเราจะเจอะ ข้อมูลจำนวนมาก ดังนั้นการใช้คำในการค้นหาข้อมูลจึงต้องใช้คำ

เฉพาะเพื่อให้ได้ข้อมูล ที่น้อยลง เช่น อาจจะพิมพ์คำว่า นาย อุบล พิมลวรรณ

ซึ่งข้อมูลจะมีจำนวนที่น้อยลง
2.2 ใช้เครื่องหมาย คำพูด  (“ _ ”) เพื่อกำหนดให้เป็นกลุ่มคำ เช่น

จะค้นหาคำ ชื่อหนังสื่อที่ชื่อว่า โปรแกรม PhotoShop

สังเกตว่าคำที่จะค้นหา จะเป็นคำที่ต้องเว้นวรรค 

แต่เมื่อมีการสืบค้นด้วย Search Engine ระบบจะค้นหาคำแบ่งเป็นสองคำ

คือ คำว่า โปรแกรม และคำว่า PhotoShop จึงทำให้ข้อมูลที่ได้ผิดพลาด

ดังนั้นการสร้างคำ จึงต้องกำหนดคำด้วยเครื่องหมายคำพูด จึงใช้คำว่า “โปรแกรม PhotoShop”
ในการค้นหาแทน
2.3 ใช้เครื่องหมาย ลบ (-) ไว้หน้าคำที่ไม่ต้องการจะให้ปรากฏอยู่ในรายการแสดงผลของ

การค้นหา เช่น ต้องการหาชื่อโรงเรียน แต่ทราบแล้วว่าโรงเรียนที่จะค้นหาไม่ใช้โรงเรียนอนุบาล

จึงต้องยกเลิกคำว่าอนุบาล โดยพิมพ์คำว่า โรงเรียน  -อนุบาล ผลที่ได้จะทำให้มีเฉพาะคำว่า

โรงเรียน ทั้งหมดแต่จะค้นหาคำว่า อนุบาล (*การพิมพ์เครื่องหมาย

ลบกับคำที่จะยกเลิกต้องติดกัน มิฉะนั้นระบบจะเข้าใจว่าจะค้นหาคำ 3 คำ คือ

คำว่า โรงเรียน คำว่า + และคำว่า อนุบาล*)